การออกแบบและเตรียมแบบโครงสร้าง ( รายการคำนวณโครงสร้าง )

ซึ่งจะต้องยื่นขออนุญาตควบคู่กับแบบชุดขออนุญาตก่อสร้าง (Permitted Drawings) นอกจากนั้นยังใช้อ้างอิงหรือตรวจสอบในกรณีจำเป็น เช่น คำนวณตรวจสอบระหว่างขั้นตอนก่อสร้าง ซ่อมแซม แก้ไข หรือก่อสร้างเพิ่มเติม รายการคำนวณที่ดีจะต้อง ครบถ้วน ถูกต้อง และตรวจสอบได้ แม้ได้ยื่นขออนุญาตไปแล้วหากมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือ เพิ่มเติมโครงสร้างก็จะต้องมีรายการคำนวณเพิ่มเติม ประกอบการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมนั้น รายการคำนวณประกอบด้วย รายละเอียดโดยลำดับ ดังนี้ 

1. ปก (Cover) สิ่งที่จะต้องแสดงบนปกรายการคำนวณควรประกอบด้วย

1.1 ชื่อผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของโครงการ
1.2 ชื่อโครงการหรือ โครงสร้างที่ออกแบบ
1.3 สถานที่ตั้งโครงการ
1.4 หัวเรื่องของรายการคำนวณ เช่น" รายการคำนวณโครงสร้างอาคารที่จอดรถ ค.ส.ล. 5 ชั้น "" รายการคำนวณโครงสร้างโรงอาหาร ป้อมยาม รั้ว และอื่นๆ "" รายการคำนวณอาคารที่พักผู้โดยสาร แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 "
1.5 ชื่อ และที่อยู่ บริษัทผู้ออกแบบ เตรียม และเสนอรายการคำนวณ
1.6 วัน เดือน ปี ที่เตรียม หรือ ส่งรายการคำนวณ

2. บทสรุปย่อ (Summary or executive summary)
          บทสรุปย่อไม่ค่อยปรากฏในรายการคำนวณทั่วไปนัก เนื่องจากผู้ออกแบบส่วนใหญ่อาจไม่เห็นความสำคัญ แต่หากมีได้จะเป็นประโยชน์มาก เพราะผู้อื่นที่นอกเหนือจากผู้ออกแบบ จะสามารถทราบ และเข้าใจเนื้อหาของรายการคำนวณเล่มนั้นอย่างรวบรัดในเวลาจำกัด บทสรุปย่อควรประกอบด้วย ชื่อโครงการ สถานที่ตั้ง ลักษณะของโครงสร้าง กลสมบัติของวัสดุ พารามิเตอร์ที่ใช้ออกแบบ สมมุติฐาน และ มาตรฐานออกแบบ และ สิ่งอ้างอิงอื่นๆ เช่น ผลเจาะสำรวจและผลวิเคราะห์ดินในห้องปฏิบัติการ แบบก่อสร้างชุดขออนุญาตที่ต้องอ่านควบคู่กับรายการคำนวณ

3. ข้อมูลทั่วไปที่ใช้คำนวณออกแบบ (General data) ข้อมูลทั่วไปที่ใช้ออกแบบมีดังนี้

3.1 หน่วยน้ำหนักหรือแรงที่กระทำต่อโครงสร้าง ปกติจะใช้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2527 ซึ่งออกตาม ความใน พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยเรื่องอาคารจอดรถ พ.ศ. 2521 หรือการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 หรือ อื่น ๆ แล้วแต่กรณี โดยหน่วยน้ำหนักที่ระบุในกฎหมายที่กล่าวประกอบด้วย น้ำหนักบรรทุกจรต่อหน่วยพื้นที่ (กิโลกรัม ต่อ ตารางเมตร) ของอาคารและสภาวะใช้งานต่าง ๆ แรงลม ตัวคูณแรง (Load factors) น้ำหนักปลอดภัยของดินและเสาเข็ม เป็นต้น

 

3.2 หน่วยน้ำหนักของวัสดุอื่นซึ่งไม่ปรากฏตามระบุในข้อ (3.1)ได้แก่หน่วยน้ำหนักคงที่ของวัสดุก่อสร้างเช่น กำแพง หรือ วัสดุก่อ ผนัง ฝ้าเพดาน กระเบื้องปูพื้นกระเบื้องมุงหลังคา วัสดุตกแต่งพื้นผิว หรือ หน่วยน้ำหนักจรที่ใช้เฉพาะกรณีเช่น น้ำหนักอุปกรณ์ เครื่องจักร สินค้า ยานพาหนะ ผู้ออกแบบควรระบุหน่วยน้ำหนักดังกล่าวและแหล่งที่มาได้แก่มาตรฐานออกแบบ เอกสารตำรา คู่มือหรือข้อมูลจำเพาะของวัสดุซึ่งแจ้งโดยผู้ผลิต ในกรณีที่ผู้ออกแบบทราบน้ำหนักเช่น "เครื่องจักรหนัก 8 ตัน" ผู้ออกแบบควรต้องแสดงขนาดมิติของเครื่องจักรดังกล่าว และ การถ่ายน้ำหนักรวมดังกล่าวลงสู่โครงสร้าง

3.3 ผู้ออกแบบควรระบุมาตรฐานออกแบบที่ใช้ หรืออ้างอิงให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ หรืออ้างอิงภายหลัง หากไม่มีเหตุผล หรือ ความจำเป็นอื่นใด ควรใช้มาตรฐานเดียวสำหรับการออกแบบนั้น ๆ หรือใช้มาตรฐานที่เหมือนกันสำหรับโครงสร้าง หรือ โครงการเดียวกัน ที่มีหลาย ๆ อาคาร หรือผู้ออกแบบหลายคน ตัวอย่างมาตรฐานออกแบบที่นิยมใช้มีดังนี้

3.3.1 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วิธีหน่วยแรงใช้งาน) พิมพ์แก้ไขปรับปรุง ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2534
3.3.2 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วิธีกำลัง) พิมพ์แก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ. 2534
3.3.3 American Concrete Institute (ACI 318-99)
3.3.4 American Association of State Highways and Transport Official (AASHTO 1997)
3.3.5 British Standard (BS 5400; BS 8110)

3.4 ผู้ออกแบบต้องระบุกลสมบัติของวัสดุ และพารามิเตอร์ พร้อมๆ กับระบุ ชนิดชั้นคุณภาพ และมาตรฐานอ้างอิงของวัสดุนั้นเสมอ เช่น

อ่านข้อมูลเพิ่มที่ http://www.thaiengineering.com

 


ที่มาข้อมูล http://www.thaiengineering.com/home

ที่มาภาพ http://www.velamall.com/classifieds/view.php?id=230671

 

 

 

 

 

 

 

ข้ออมูลจาก เอกสารประกอบการบรรยายพิเศษ การออกแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยสถาพร โภคา ตุลาคม พ.ศ. 2543