งานก่อสร้างเสาตอม่อ

งานก่อสร้างเสาตอม่อ : ขั้นตอนการก่อสร้างเสาตอม่อ

เสาตอม่อเป็นโครงสร้างที่รับน้ำหนักของอาคารและถ่ายน้ำหนักลงสู่ฐานราก และฐานรากจะถ่ายน้ำหนักต่อลงดินหรือถ่ายลงเสาเข็มก่อนและถ่ายลงสู่ดิน ป

ขั้นตอนการก่อสร้างเสาตอม่อ

1. สำหรับการก่อสร้างเสาตอม่อเราจะเริ่มผูกเหล็กตั้งแต่การก่อสร้างฐานราก โดยศูนย์กลางเสาตอม่อจะอยู๋ตำแหน่งกึ่งกลางเหล็กฐานราก เพื่อให้น้ำหนักที่ลงกระทำต่อเสาตอม่อ ลงสู่ฐานรากโดยมีมีการเยื้องศูนย์

2. เสาตอม่อโดยส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่กว่าเสาอาคาร  

2. ทำการหาแนวสำหรับติดตั้งไม้แบบเสาตอม่อ ทำแนวการตั้งไม้แบบโดยการขีดเส้นเพื่อสะดวกต่อการประกอบแบบหล่อ

3. ติดตั้งแบบหล่อเสาตอม่อ และติดตั้งค้ำยัน โดยขนาดเป็นตามแบบก่อสร้าง จากนั้นหาระดับความสูงของเสาตอม่อโดยเทียบกับระดับ + 0.00 ซึ่งระดับที่ได้นี้จะเป็นระดับการเทคอนกรีตด้วย

4. เทคอนกรีตเสาตอม่อให้ได้ระดับที่ต้องการพร้อมกับการทำให้คอนกรีตแน่นตัวโดยใช้เครื่องสั่นคอนกรีต คอนกรีตที่ใช้เทต้องมีกำลังอัดตามที่แบบก่อสร้างระบุ

5. เมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้ว ประมาณ 2 วันสามารถถอดไม้แบบออกได้จากนั้นทำการบ่มคอนกรีตโดยจะใช้วิธีบ่มชื้นหรือใช้พลาสติกคลุมหรือใช้น้ำยาบ่มคอนกรีตก็ได้

6. เมื่อทำฐานรากและเสาตอม่อเรียบร้อยแล้ว ทำการถมดินฐานราก และจะทำการก่อสร้างคาน พื้น เสาต่อไป

งานฐานราก

 

ฐานราก คือส่วนประกอบที่รับน้า หนกัของอาคาร ซ่ึงรวมน้า หนกัของอาคาร แล้วถ่ายลงมายงัเสาผา่ นฐานรากและลงสู่ดิน ฐานรากสามารถแบ่งประเภทตามวธิีถ่ายน้า หนัก ไดค้ือ  งานฐานราก 

 

 

 

 

 

 

ขั้นตอนการทำฐานรากเสาเข็ม

เมื่อทำเสาเข็มเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตำแหน่งถูกต้อง ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการทำฐานรากเสาเข็มโดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ขุดดินให้มีความลึก ขนาด และตำแหน่งของถูกต้องตามแบบก่อสร้าง อาจจะใช้คนขุดหรือเครื่องจักรกลขุดก็ได้ และต้องหาระดับความลึกของฐานราก ในการขุดดินนั้นต้องเผื่อการบดอัดทรายหรือกรวด เทคอนกรีตหยาบ (lean concrete) เผื่อการเข้าแบบด้านข้าง ถ้าดินมีลักษณะดินอ่อนก็อาจขุดดินให้มีความลาดเพื่อป้องกันดินพังทลายลงในขณะก่อสร้างฐานรากด้วยและต้องระวังอย่าให้โดนเสาเข็มเพราะอาจจะทำให้เสาเข็มหักและเสียหายได้ หลังจากขุดเข็มเพื่อทำฐานรากบริเวณ Pile cut off ของเข็มไม่ผ่านการทดสอบหรือมีรอยแตก ถ้าเข็มส่วนที่ไม่สมบูรณ์ไม่ลึก ควรทำการลดระดับ pile cut off ลงแล้วเทฐานรากให้หนาขึ้น แต่อย่างไรก็ตามวิศวกรควบคุมงานควรควบคุมการตัดเสาเข็ม ตรวจสอบคุณภาพเข็มเพื่อไม่ให้เกิดการเสียหายซึ่งจะทำให้งานเกิดความล่าช้า

ข้อควรคำนึงในการขุดดิน คือ ดินที่ขุดแล้ว อาจมาจากการทำเสาเข็มเจาะ หรือการขุดหลุมฐานราก ถ้าเยอะเกินไปให้ขนย้ายไปทิ้ง เพื่อให้สามารถทำงานได้สะดวกและป้องกันการพังทลายของหลุมฐานราก เนื่องจากน้ำหนักกดทับของดินขุดไว้ปากหลุมฐานราก แต่ถ้าดินที่ขุดขึ้นมาไม่มากนักก็สามารถกองไว้ที่ปากหลุม เพื่อไว้ถมฐานราก แต่ต้องไม่ทำให้ดินสไลด์แล้วทำให้หลุมฐานรากพังและที่สำคัญต้องให้สามารถทำงานได้สะดวก แต่ส่วนมากดินมักกองทิ้งอาจส่งผลต่อเสาเข็มเจาะที่เพิ่งเทใหม่ๆ ได้เนื่องจากน้ำหนักกดทับทำให้ดินบีบตัว

2. เมื่อขุดได้ระดับที่ต้องการแล้ว จะทำระดับตัดหัวเข็มให้สามารถวางฐานรากได้ตามแบบกำหนด การตัดหัวเสาเข็มอาจโผล่เหล็ก Dowel ไว้ดีกว่าเพราะช่วยเพิ่มแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเสาเข็มและฐานราก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบก่อสร้างหรือวิศวกรผู้ควบคุมงาน

เสาเข็มในส่วนที่ยาวเกินความต้องการ ต้องเอาออกก่อน โดยใช้ไฟเบอร์ตัดรอบ ๆ และสกัดคอนกรีตออก หรือถ้าเป็นเสาเข็ม I ใช้ค้อนทุบที่ปีกเสา ใช้ที่ตัดเหล็กตัดลวดเหล็กเสริมคอนกรีตเสา หลังจากนั้นจึงใช้ไฟเบอร์ ตัดในตำแหน่งที่ต้องการ การตัดหัวเข็ม ต้องได้ระนาบสวย หลังจากตัดหัวเข็มแล้ว

3. ทำการบดอัดทรายหรือกรวด และเทคอนกรีตหยาบ โดยที่ต้องตรวจสอบให้ได้ระดับตามที่แบบก่อสร้างกำหนด

ที่มา http://www.selectcon.com/images_edtorial/pic-19-05-2008-2.jpg

 

http://www.selectcon.com/images_edtorial/pic-19-05-2008-3.jpg

4. ก่อนทำการเช็คศูนย์เสา ช่างทำการตรวจสอบ ผังที่วางเอาไว้ตั้งต่อตอนตอกเข็ม ว่าเคลื่อนหรือไม่ โดยจากเช็คจากหมุดอ้างอิงที่ทำไว้ตอนวางผัง

5. ตรวจสอบศูนย์เสาเข็ม เพื่อดูว่าเสาเข็มที่ทำไว้หนีศูนย์เกินกว่าค่าที่วิศวกรผู้ออกแบบได้ออกแบบไว้หรือไม่ หากหนีศูนย์เกินกว่าค่าที่กำหนดไว้จะได้ทำการแก้ไขต่อไปโดยอาจจะตอกเสาเข็มแซม ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของวิศวกรผู้ออกแบบ

ที่มา http://www.bloggang.com/data/guruda/picture/1254322628.jpg

6. ทำความสะอาดหลุมฐานรากก่อนประกอบแบบหล่อและวางเหล็กเสริม

7. ติดตั้งแบบหล่อฐานราก โดยที่แบบหล่ออาจเป็นไม้ เหล็ก หรือก่ออิฐบล็อกทำเป็นแบบหล่อก็ได้ การใช้อิฐบล็อกเป็นแบบหล่อ จะรวดเร็วและสะดวกกว่าไม้แบบเพราะไม่ต้องเสียเวลาถอดแบบหล่อ แต่ถ้าเป็นฐานรากใหญ่ที่คอนกรีตมีแรงดันมากไม่ควรใช้เพราะแบบหล่ออาจแตกพังทลายได้ การใช้อิฐบล็อกเป็นแบบหล่อจะทำให้ฐานรากหนาขึ้น แต่ทั้งนี้แล้วขึ้นอยู่กับแบบก่อสร้างหรือวิศวกรวิศวกรเป็นผู้กำหนด เหล็กเสริมฐานรากต้องเป็นตามแบบก่อสร้าง ทั้งขนาด จำนวนเส้น ระยะห่างการวางเหล็ก การงอเหล็ก รวมทั้งระยะหุ้มคอนกรีตฐานรากอย่างต่ำ 6 - 7.5 เซนติเมตร

การทำความสะอาดหลุม ติดตั้งแบบหล่อ ค้ำยันแบบ วางเหล็กเสริม และระยะหุ้มคอนกรีต

ที่มา http://www.civilclub.net/picture/method-pile-foundation-4.jpg

8. ตรวจสอบแบบหล่อ เหล็กเสริม ค้ำยันแบบหล่อ ให้เป็นไปตามแบบก่อสร้าง โดยเฉพาะแบบหล่อและค้ำยันต้องแข็งแรง ถ้าเป็นดินอ่อนต้องระวังเป็นพิเศษ อาจใช้ไม้ตีเป็นตีนค้ำยันคล้ายกับผนังกันดินเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรงของค้ำยัน

9. เทคอนกรีตฐานราก ก่อนเทคอนกรีตจะต้องทำความสะอาด หาระดับการเทคอนกรีตโดยการวัด Offset จากระดับหัวเสาเป็นความหนาของฐานรากแล้วทำเครื่องหมายไว้ และราดน้ำปูนในแบบหล่อก่อน จากนั้นจึงเทคอนกรีตโดยที่กำลังของคอนกรีต และค่าการยุบตัว (Slump)ได้ตามที่ระบุไว้ในแบบ และต้องมีการเก็บตัวอย่างคอนกรีตเพื่อทดสอบกำลังอัดได้ตามที่วิศวกรได้ออกแบบไว้หรือไม่ ทำให้คอนกรีตแน่นตัวโดยใช้เครื่องสั่นคอนกรีต การลำเลียงคอนกรีต อาจจะเกิดการแยกตัวได้เนื่องจากการขนย้าย และการเทคอนกรีตลงฐานรากทางที่ดีควรมีรางเป็นตัวช่วยในการลำเลียงคอนกรีต

การเทคอนกรีตฐานราก การทำให้คอนกรีตแน่นตัว และฐานรากที่ถอดแบบหล่อแล้ว

ที่มา http://www.civilclub.net/picture/method-pile-foundation-5.jpg

ม่ว่าจะเป็นฐานรากแผ่หรือฐานรากเสาเข็มเมื่อเทคอนกรีตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องคงแบบหล่อและค้ำยันไว้ก่อนเพื่อรอให้คอนกรีตแข็งตัว และสามารถรับน้ำหนักได้ สำหรับฐานรากโดยทั่วไปแล้วสามารถถอดแบบด้านข้างของฐานรากได้ภายในเวลา 1-2 วัน เมื่อถอดแบบแล้วต้องทำการบ่มคอนกรีตเพื่อให้ปฏิกิริยาไฮเดรชั่นดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จะทำให้คอนกรีตพัฒนากำลังได้อย่างสมบูรณ์ ทนทาน ทึบน้ำ ไม่สึกกร่อน และลดการหดตัว การบ่มคอนกรีตอาจใช้วิธีการขังน้ำ ฉีดน้ำ ใช้วัสดุเปียกชื้นคลุม ใช้แผ่นพลาสติกคลุม ใช้ไม้แบบหล่อบ่ม หรืออาจจะใช้สารเคมีเคลือบผิวคอนกรีตก็ได้ จะใช้วิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับวิศวกรผู้ควบคุมงานจะพิจารณา

ที่มา http://f.ptcdn.info/026/007/000/1373295941-12JPG-o.jpg

 

ที่มาเนื้อหาบทความ  CivilClub Team

http://www.civilclub.net/articles/engineering/method-of-pile-foundation.php

งานเสาเข็ม

การผลิดเสาเข็ม

มาตรฐาน มอก. เสาเข็มอัดแรง

เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มีภาคตัดขวางเดียวกันตลอดทั้งต้น (ยกเว้นส่วนปลายแหลม) ผ่ามกรรมวิธี หล่อคอนกรีตหุ้มลวดเหล็กกล้าสำหรับคอนกรีตอัดแรง เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต ได้ผ่าน การรับรองมาตรฐานต่างๆ อาทิ มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก. 396-2549) มาตรฐานกรมทางหลวง ซึ่งมีเสาเข็ม หลากหลายรูปแบบในขนาดที่เหมาะสม สำหรับการใช้งานครบทุกประเภท พร้อมบริการปั้นจั่นตอกเสาเข็มในราคาพิเศษ

image006


 

 

เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสตัน

image007 

เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสตัน

       

 

 


เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง รูปสี่เหลี่ยมกลวง

เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง รูปสี่เหลี่ยมกลวง

เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง รูปสี่เหลี่ยมกลวง


เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง รูปตัวไอ

เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง รูปตัวไอ

 

42-3-2


เสาเข็มที่ดีและการเลือกใช้งานเสาเข็ม

สาเข็มคอนกรีตอัดแรงนั้น เป็นสิ่งที่ใช้เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับฐานรากของสิ่งก่อสร้างที่เราต้องการสร้าง ซึ่งเรียกว่าเป็นสิ่งแรกๆ ที่จะต้องดำเนินการทำ และส่งผลต่อความแข็งแรงของอาคาร บ้านพัก หรือโครงสร้างต่างๆ อย่างมาก

โดยปรกติแล้ว เสาเข็มนั้น จะใช้กันอย่างแพร่หลายและกว้างขวาง ซึ่งทำให้มีเสาเข็มให้เราใช้งานกันได้เป็นจำนวนมากหลากหลายตามความเหมาะสมของสิ่งก่อสร้าง แต่หลักๆแล้ว เสาเข็มต่างๆนั้นจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. ในการคัดเลือกใช้งานจึงควรเลือกเสาเข็มที่ได้มาตรฐาน ไม่มีการชำรุดหรือแตกร้าว ซึ่งอาจจะเกิดได้ในระหว่างการขนส่งหรือระหว่างการดำเนินการอื่นๆได้

สำหรับเสาเข็มของทาง BPC นั้นได้รับการรับรองมาตรฐาน และเชื่อใจได้ในคุณภาพของเสาเข็มแต่ละต้นว่า จะได้คุณภาพมาตรฐานอย่างแน่นอน

ส่วนการนำเสาเข็มไปใช้งานนั้น เพื่อให้รับแรงที่เกิดขึ้นจากตัวอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างให้ได้ดีนั้น นอกจากเสาเข็มที่ต้องได้มาตรฐานแล้ว วิธีการตอกยังเป็นเรื่องสำคัญอีกด้วย โดยจะต้องให้หน้าสัมผัสของเสาเข็มนั้นตรงกันพอดี สำหรับในกรณีที่ต้องต่อเสาเข็มในสิ่งปลูกสร้างใหญ่ๆ

ปั้นจั่นและวิธีการตอกเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อโครงสร้างอีกด้วย ดังนั้นหากท่านไม่มั่นใจ หรืออยากได้รับบริการที่คุ้มค่า ได้มาตรฐานและได้รับการควบคุมที่ดี ทาง BPC ก็มีบริการปั้นจั่น ที่สามารถไว้วางใจในการดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้คุณภาพสูงสุดอีกด้วย

ที่มา http://www.bestpac.co.th/product/pre-stressed-concrete-pile

งานตอกเสาเข็ม

ขั้นตอนในการทำงานเสาเข็มตอก
1. ตรวจสอบตำแหน่งของเสาเข็มที่จะตอก แล้วจึงเคลื่อนย้ายปั้นจั่นตอกเสาเข็ม หรือสามเกลอมาประกอบในสถานที่ก่อสร้าง เพื่อเตรียมการตอกเสาเข็ม

ที่มาภาพ http://f.ptcdn.info/687/027/000/1421891415-o.png


2. วิศวกรควบคุมงานควรวางแผนในการตอกและเคลื่อนย้ายเสาเข็มโดยให้มีการตอกเสาเข็มได้อย่างต่อเนื่องและเคลื่อนที่ปั้นจั่นตอกให้น้อยที่สุด

ที่มา http://www.microspunpile.com/images/08.png


3. เมื่อติดตั้งปั้นจั่นเรียบร้อยแล้ว จึงทำการยกเสาเข็มขึ้นเพื่อเตรียมตอก ในขั้นตอนนี้ต้องระวังเพราะเสาเข็มอาจเสียหายได้

ที่มา http://www.tumcivil.com/engfanatic/content/file/board/14-14627-829455431.jpg

4. ก่อนจะลงมือตอกเสาเข็ม ต้องตรวจสอบความได้ดิ่งของเสาเข็มทั้งสองด้านของเสาเข็มว่าได้ดิ่งและตั้งตรงกับตำแหน่งการตอกเสาเข็มหรือไม่ เมื่อเสาเข็มได้ดิ่งแล้วให้ทำเครื่องหมายในแนวราบเพื่อไว้ตรวจสอบการเยื้องศูนย์ของเสาเข็มระหว่างตอก

 

ที่มา http://www.sirat-orr.com/picture/pic_Sep56/Sep56_28.jpg

5. ทำการตอกเสาเข็มโดยใช้ลูกตุ้มแบบปล่อยตก (Drop Hammer) หรืออาจใช้ปั้นจั่นแบบดีเซล ในกรณีที่เป็นบ้านพักอาศัยหรืออาคารขนาดไม่ใหญ่มากก็ใช้ปั้นจั่นแบบลูกตุ้มปล่อยตกได้เพราะราคาจะถูกกว่า หรืออาจถูกกำหนดโดยแบบก่อสร้างลูกตุ้มมีขนาดตั้งแต่ 2.5-7 ตัน การเลือกใช้ลุกตุ้มอยู่ระหว่าง 0.70-2.5 เท่าของน้ำหนักเสาเข็ม ระยะยกลูกตุ้มโดยทั่วไปมีระยะ 30-80 ซม. ในการตอกเสาเข็มต้องมีหมวกเสาเข็มเพื่อป้องกันการแตกร้าว และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งถ่ายแรงในกรณีที่เสาเข็มมีความยาวมาก ๆ ต้องมีการต่อเสาเข็มโดยใช้แผ่นเหล็กเชื่อมรอบให้แข็งแรง

ที่มา http://a1.trd.cm/thaisecondhand/201401/16p/10585789_0.jpg

6. การนับจำนวนครั้งในการตอกเสาเข็ม (Blow Count) เพื่อหาความหนาแน่นของชั้นดินหรือชั้นดินที่รับน้ำหนักบรรทุกของบ้านหรืออาคารได้ และจะทำการหยุดการตอกเสาเข็มแบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ
6.1 การนับการตอก 10 ครั้งสุดท้าย (Last Ten Blow) เป็นการตรวจสอบระยะจมของเสาเข็ม 10 ครั้งสุดท้ายว่าจมลงไปไม่มากกว่าหรือเท่ากับค่าที่คำนวณได้ โดยคำนวณจากสูตรในตารางที่ หากได้ตามที่คำนวณก็ให้ยุติการตอก ในกรณีนี้ผู้ควบคุมงานต้องคอยดูการปล่อยลูกตุ้มต้องปล่อยอย่างเสรีโดยสังเกตจากเชือกเวลาลูกตุ้มกระทบหัวเสาเข็ม เชือกจะหย่อน ถ้าเชือกตึงแสดงว่าไม่ปล่อยลูกตุ้มอย่างเสรี ให้ทำการนับใหม่จนได้
6.2 Blow Count เป็นการนับจำนวนครั้งที่ตอกเสาเข็มจมลง 0.30 ม. หรือ 1 ฟุต ซึ่งจะทำระยะในการนับ Blow Count ในกรณีที่ตอกเสาเข็มได้โดยไม่ต้องใช้เสาส่งให้ทำเครื่องหมายทุกระยะ 1 ฟุต ในช่วง 3 เมตรสุดท้ายของโคนเสาเข็ม ถ้าต้องใช้เสาส่งให้ทำเครื่องหมายทุกระยะ 1 ฟุต ในช่วง 1.5 เมตรสุดท้ายของโคนเสาเข็ม หรือขึ้นอยู่กับเสาเข็มที่จะส่งลงไป หากเห็นว่าจำนวนครั้งในการตอกสูงเกินไปอาจทำให้เสาเข็มเสียหายได้ อาจสั่งให้ตรวจสอบ Last Ten Blow หากการจมลงของเสาเข็มได้ตามค่าที่คำนวณได้ก็ยุติการตอก บางครั้งจำนวนครั้งในการตอกในช่วง 0.30 ม. อาจลดลงผิดปกติ อาจจะเป็นเพราะเสาเข็มหักหรือเสาเข็มทะลุลงไปถึงชั้นดินอ่อน ในกรณีเหล่านี้ผู้ควบคุมงานจะต้องทำการบันทึก แล้วจึงรายงานให้วิศวกรผู้รับผิดชอบทราบทันที

 

   

ที่มา http://www.bloggang.com/data/p/piyanat/picture/1383228416.jpg

7. เมื่อตรวจสอบ Blow Counts เรียบร้อยแล้ว แสดงว่าเสาเข็มอยู่ที่ความลึกที่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ เป็นการเสร็จสิ้นการตอกเสาเข็ม

http://www.youtube.com/watch?v=ElnZIO700Jw

ที่มาของบทความ Ranang Design Studio Co.,Ltd.