งานฐานราก

Paste a VALID AdSense code in Ads Elite Plugin options before activating it.

 

ฐานราก คือส่วนประกอบที่รับน้า หนกัของอาคาร ซ่ึงรวมน้า หนกัของอาคาร แล้วถ่ายลงมายงัเสาผา่ นฐานรากและลงสู่ดิน ฐานรากสามารถแบ่งประเภทตามวธิีถ่ายน้า หนัก ไดค้ือ  งานฐานราก 

 

 

 

 

 

 

ขั้นตอนการทำฐานรากเสาเข็ม

เมื่อทำเสาเข็มเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตำแหน่งถูกต้อง ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการทำฐานรากเสาเข็มโดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ขุดดินให้มีความลึก ขนาด และตำแหน่งของถูกต้องตามแบบก่อสร้าง อาจจะใช้คนขุดหรือเครื่องจักรกลขุดก็ได้ และต้องหาระดับความลึกของฐานราก ในการขุดดินนั้นต้องเผื่อการบดอัดทรายหรือกรวด เทคอนกรีตหยาบ (lean concrete) เผื่อการเข้าแบบด้านข้าง ถ้าดินมีลักษณะดินอ่อนก็อาจขุดดินให้มีความลาดเพื่อป้องกันดินพังทลายลงในขณะก่อสร้างฐานรากด้วยและต้องระวังอย่าให้โดนเสาเข็มเพราะอาจจะทำให้เสาเข็มหักและเสียหายได้ หลังจากขุดเข็มเพื่อทำฐานรากบริเวณ Pile cut off ของเข็มไม่ผ่านการทดสอบหรือมีรอยแตก ถ้าเข็มส่วนที่ไม่สมบูรณ์ไม่ลึก ควรทำการลดระดับ pile cut off ลงแล้วเทฐานรากให้หนาขึ้น แต่อย่างไรก็ตามวิศวกรควบคุมงานควรควบคุมการตัดเสาเข็ม ตรวจสอบคุณภาพเข็มเพื่อไม่ให้เกิดการเสียหายซึ่งจะทำให้งานเกิดความล่าช้า

ข้อควรคำนึงในการขุดดิน คือ ดินที่ขุดแล้ว อาจมาจากการทำเสาเข็มเจาะ หรือการขุดหลุมฐานราก ถ้าเยอะเกินไปให้ขนย้ายไปทิ้ง เพื่อให้สามารถทำงานได้สะดวกและป้องกันการพังทลายของหลุมฐานราก เนื่องจากน้ำหนักกดทับของดินขุดไว้ปากหลุมฐานราก แต่ถ้าดินที่ขุดขึ้นมาไม่มากนักก็สามารถกองไว้ที่ปากหลุม เพื่อไว้ถมฐานราก แต่ต้องไม่ทำให้ดินสไลด์แล้วทำให้หลุมฐานรากพังและที่สำคัญต้องให้สามารถทำงานได้สะดวก แต่ส่วนมากดินมักกองทิ้งอาจส่งผลต่อเสาเข็มเจาะที่เพิ่งเทใหม่ๆ ได้เนื่องจากน้ำหนักกดทับทำให้ดินบีบตัว

2. เมื่อขุดได้ระดับที่ต้องการแล้ว จะทำระดับตัดหัวเข็มให้สามารถวางฐานรากได้ตามแบบกำหนด การตัดหัวเสาเข็มอาจโผล่เหล็ก Dowel ไว้ดีกว่าเพราะช่วยเพิ่มแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเสาเข็มและฐานราก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบก่อสร้างหรือวิศวกรผู้ควบคุมงาน

เสาเข็มในส่วนที่ยาวเกินความต้องการ ต้องเอาออกก่อน โดยใช้ไฟเบอร์ตัดรอบ ๆ และสกัดคอนกรีตออก หรือถ้าเป็นเสาเข็ม I ใช้ค้อนทุบที่ปีกเสา ใช้ที่ตัดเหล็กตัดลวดเหล็กเสริมคอนกรีตเสา หลังจากนั้นจึงใช้ไฟเบอร์ ตัดในตำแหน่งที่ต้องการ การตัดหัวเข็ม ต้องได้ระนาบสวย หลังจากตัดหัวเข็มแล้ว

3. ทำการบดอัดทรายหรือกรวด และเทคอนกรีตหยาบ โดยที่ต้องตรวจสอบให้ได้ระดับตามที่แบบก่อสร้างกำหนด

ที่มา http://www.selectcon.com/images_edtorial/pic-19-05-2008-2.jpg

 

http://www.selectcon.com/images_edtorial/pic-19-05-2008-3.jpg

4. ก่อนทำการเช็คศูนย์เสา ช่างทำการตรวจสอบ ผังที่วางเอาไว้ตั้งต่อตอนตอกเข็ม ว่าเคลื่อนหรือไม่ โดยจากเช็คจากหมุดอ้างอิงที่ทำไว้ตอนวางผัง

5. ตรวจสอบศูนย์เสาเข็ม เพื่อดูว่าเสาเข็มที่ทำไว้หนีศูนย์เกินกว่าค่าที่วิศวกรผู้ออกแบบได้ออกแบบไว้หรือไม่ หากหนีศูนย์เกินกว่าค่าที่กำหนดไว้จะได้ทำการแก้ไขต่อไปโดยอาจจะตอกเสาเข็มแซม ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของวิศวกรผู้ออกแบบ

ที่มา http://www.bloggang.com/data/guruda/picture/1254322628.jpg

6. ทำความสะอาดหลุมฐานรากก่อนประกอบแบบหล่อและวางเหล็กเสริม

7. ติดตั้งแบบหล่อฐานราก โดยที่แบบหล่ออาจเป็นไม้ เหล็ก หรือก่ออิฐบล็อกทำเป็นแบบหล่อก็ได้ การใช้อิฐบล็อกเป็นแบบหล่อ จะรวดเร็วและสะดวกกว่าไม้แบบเพราะไม่ต้องเสียเวลาถอดแบบหล่อ แต่ถ้าเป็นฐานรากใหญ่ที่คอนกรีตมีแรงดันมากไม่ควรใช้เพราะแบบหล่ออาจแตกพังทลายได้ การใช้อิฐบล็อกเป็นแบบหล่อจะทำให้ฐานรากหนาขึ้น แต่ทั้งนี้แล้วขึ้นอยู่กับแบบก่อสร้างหรือวิศวกรวิศวกรเป็นผู้กำหนด เหล็กเสริมฐานรากต้องเป็นตามแบบก่อสร้าง ทั้งขนาด จำนวนเส้น ระยะห่างการวางเหล็ก การงอเหล็ก รวมทั้งระยะหุ้มคอนกรีตฐานรากอย่างต่ำ 6 - 7.5 เซนติเมตร

การทำความสะอาดหลุม ติดตั้งแบบหล่อ ค้ำยันแบบ วางเหล็กเสริม และระยะหุ้มคอนกรีต

ที่มา http://www.civilclub.net/picture/method-pile-foundation-4.jpg

8. ตรวจสอบแบบหล่อ เหล็กเสริม ค้ำยันแบบหล่อ ให้เป็นไปตามแบบก่อสร้าง โดยเฉพาะแบบหล่อและค้ำยันต้องแข็งแรง ถ้าเป็นดินอ่อนต้องระวังเป็นพิเศษ อาจใช้ไม้ตีเป็นตีนค้ำยันคล้ายกับผนังกันดินเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรงของค้ำยัน

9. เทคอนกรีตฐานราก ก่อนเทคอนกรีตจะต้องทำความสะอาด หาระดับการเทคอนกรีตโดยการวัด Offset จากระดับหัวเสาเป็นความหนาของฐานรากแล้วทำเครื่องหมายไว้ และราดน้ำปูนในแบบหล่อก่อน จากนั้นจึงเทคอนกรีตโดยที่กำลังของคอนกรีต และค่าการยุบตัว (Slump)ได้ตามที่ระบุไว้ในแบบ และต้องมีการเก็บตัวอย่างคอนกรีตเพื่อทดสอบกำลังอัดได้ตามที่วิศวกรได้ออกแบบไว้หรือไม่ ทำให้คอนกรีตแน่นตัวโดยใช้เครื่องสั่นคอนกรีต การลำเลียงคอนกรีต อาจจะเกิดการแยกตัวได้เนื่องจากการขนย้าย และการเทคอนกรีตลงฐานรากทางที่ดีควรมีรางเป็นตัวช่วยในการลำเลียงคอนกรีต

การเทคอนกรีตฐานราก การทำให้คอนกรีตแน่นตัว และฐานรากที่ถอดแบบหล่อแล้ว

ที่มา http://www.civilclub.net/picture/method-pile-foundation-5.jpg

ม่ว่าจะเป็นฐานรากแผ่หรือฐานรากเสาเข็มเมื่อเทคอนกรีตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องคงแบบหล่อและค้ำยันไว้ก่อนเพื่อรอให้คอนกรีตแข็งตัว และสามารถรับน้ำหนักได้ สำหรับฐานรากโดยทั่วไปแล้วสามารถถอดแบบด้านข้างของฐานรากได้ภายในเวลา 1-2 วัน เมื่อถอดแบบแล้วต้องทำการบ่มคอนกรีตเพื่อให้ปฏิกิริยาไฮเดรชั่นดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จะทำให้คอนกรีตพัฒนากำลังได้อย่างสมบูรณ์ ทนทาน ทึบน้ำ ไม่สึกกร่อน และลดการหดตัว การบ่มคอนกรีตอาจใช้วิธีการขังน้ำ ฉีดน้ำ ใช้วัสดุเปียกชื้นคลุม ใช้แผ่นพลาสติกคลุม ใช้ไม้แบบหล่อบ่ม หรืออาจจะใช้สารเคมีเคลือบผิวคอนกรีตก็ได้ จะใช้วิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับวิศวกรผู้ควบคุมงานจะพิจารณา

ที่มา http://f.ptcdn.info/026/007/000/1373295941-12JPG-o.jpg

 

ที่มาเนื้อหาบทความ  CivilClub Team

http://www.civilclub.net/articles/engineering/method-of-pile-foundation.php